เรื่องของ กฎแห่งกรรม
ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพระสีวลีนี้ มีกล่าวถึงในเรื่อง พระขทิรวนิยเรวตเถระ
(ในอรหันตวรรค ของอรรถกถาพระธรรมบท ภาค 4) เฉพาะในส่วนบุพกรรมของพระสีวลีเถระสรุปได้ว่า
1.สาเหตุที่พระสีวลีเถระเป็นผู้เลิศทางโชคลาภ
(ดังพระพุทธวจนะว่า “เอตทคฺคํ
ภิกฺขเว มม สาวกานํ ลาภีนํ ยทิทํ สีวลีติฯ แปลว่า ภิกษุทั้งหลาย
พระสีวลีเถระนั้นเป็นผู้ที่เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายที่เป็นสาวกทั้งหมดของตถาคตในทางมีลาภมาก)
นั้นเพราะเป็นไปตาม กฎแห่งกรรม ที่กระทำในสมัยพระพุทธเจ้าพระนามว่า
"วิปัสสี"
ท่านพระสีวลีได้เกิดเป็นชาวบ้านนอกคนหนึ่งและท่านได้ร่วมถวายมหาทานกับชาวเมือง
ซึ่งได้จัดถวายทานแข่งพระราชา แต่ยังขาดเฉพาะน้ำผึ้งสด โดยท่านได้ถวายน้ำผึ้งสด
ซึ่งชาวบ้านได้ขอซื้อถึงหนึ่งพันกหาปณะ ทั้งที่น้ำผึ้งมีราคาไม่ถึงหนึ่งบาทด้วยซ้ำไป
แต่ท่านไม่ขายกลับขอเข้ามีส่วนร่วมในการถวายทานแก่พระวิปัสสีพุทธเจ้าพร้อมด้วยพระสงฆ์
680,000
รูปด้วย
ซึ่งด้วยอานุภาพของพระพุทธเจ้าทำให้น้ำผึ้งนั้นมีประมาณเพียงพอแก่พระสงฆ์ทั้งหมด
2.สาเหตุที่พระสีวลีอยู่ในครรภ์พระมารดานานถึง 7 ปี
7
เดือน 7
วันนั้น เพราะ กฎแห่งกรรม หลังจากนั้นแล้วท่านได้ไปเกิดบนเทวโลก
จากนั้นได้จุติมาเกิดเป็นพระราชาในกรุงพาราณสี
ต่อมาท่านได้ยกทัพไปใช้ยุทธวิธีปิดล้อมเมืองหนึ่งนาน 7 ปี
7
เดือน โดยปิดล้อมเฉพาะประตูใหญ่ทั้ง 4 ด้าน แต่ชาวเมืองยังไม่ยอมแพ้ เพราะอาศัยประตูเล็กทั้ง
4
ด้านลอบออกไปหาอาหารและน้ำ
พระราชมารดาของพระองค์ทราบข่าวจึงสั่งให้ปิดประตูเล็กทั้งสี่ด้วย จนถึงวันที่ 7
ชาวเมืองนั้นจึงฆ่าพระราชาของตนและถวายราชสมบัติแก่พระองค์
เมื่อสิ้นพระชนม์แล้วท่านได้ไปบังเกิดในนรกเพราะกรรมนั้นนานมาก
คือ"ตราบเท่ามหาปฐพีนี้ หนาขึ้นได้ประมาณโยชน์หนึ่ง"
จึงได้มาจุติในครรภ์มารดาในครั้งพุทธกาลดังกล่าว
พระศาสดาได้ตรัสสรุปถึงบุรพกรรมของพระเถระอันเป็นไปตามความเชื่อมโยงของ
กฎแห่งกรรม ไว้ดังนี้
“ภิกษุทั้งหลาย
สีวลีไหม้แล้วในนรกสิ้นกาลประมาณเท่านั้น เพราะกรรมที่เธอล้อมพระนครแล้วยึดเอาในกาลนั้น
ถือปฏิสนธิในท้องของมารดานั้นนั่นแหละ อยู่ในท้องสิ้นกาลประมาณเท่านั้น
เพราะความที่เธอปิดประดูเล็กๆทั้ง ๔ เป็นผู้ถึงความเป็นผู้มีลาภเลิศมียศเลิศ
เพราะความที่เธอถวายน้ำผึ้งใหม่ ด้วยประการอย่างนี้”
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น